ผู้ติดตาม

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนะนำวิธีการอัปเกรด Mac OS X Snow Leopard เป็น Mac OS X Lion


แนะนำวิธีการอัปเกรด Mac OS X Snow Leopard เป็น Mac OS X Lion




cr: http://www.youtube.com/watch?v=Ge1g37IIk14

การติดตั้ง Mac OS X Lion

การติดตั้ง Mac OS X Lion

การติดตั้ง Mac OS X Lion มีด้วยกัน  2 วิธี คือ

1. การติดตั้งแบบอัพเกรด โดยจะเป็นการติดตั้ง Mac OS X Lion ลงทับ Mac OS X Snow Leopard โดยการติดตั้งแบบอัพเกรดนี้ จะไม่ทำให้ข้อมูลเดิมที่เคยทีการบันทึกไว้สูญหายไป เช่น เพลงใน iTunes, รายชื่อเพื่อนๆ ใน Address Book 

2. การติดตั้งแบบติดตั้งใหม่ทั้งหมด โดยจะเป็นการติดตั้งแบบล้างข้อมูลเดิมที่มีอยู่ออกทั้งหมด
ซึ่งทั้งสองวิธีสามารถติดตั้งจากแผ่น DVD หรือจาก Flash Drive หรือติดตั้งผ่านอุปกรณ์เครือข่าย ได้


ความต้องการของระบบสำหรับการติดตั้ง Mac OS X Lion



ชื่ออุปกรณ์ความต้องการขั้นต่ำของระบบ
CPUIntel Core 2 Duo
RAM2GB
Harddisk space7GB
อื่นๆต้องการ DVD Drive สำหรับการติดตั้งด้วยแผ่น DVD
ต้องการ Mac OS X 10.6.6 เป็นต้นไปสำหรับการติดตั้งแบบอัพเกรด
คุณสมบัติเพิ่มเติมต้องการการเชื่อมต่อกับ Internet และคุณสมบัติบางอย่างต้องเป็นสมาชิก Apple ID

สำหรับเครื่อง Mac รุ่นใหม่ๆ ที่วางจำหน่ายไม่เกินสองปี ( 2009 เป็นต้นไป ) สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการ Mac OS X Lion ได้อย่างไม่มีปัญหา หากว่าเป็นรุ่นเก่ากว่านั้น ควรตรวจสอบความสามารถของเครื่องเล็กน้อยว่าสามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้หรือไม่

ทำงานไม่กลัวพังกับ Resume

ทำงานไม่กลัวพังกับ Resume

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยคิดแบบเดียวกัน เมื่อกำลังทำงานอะไรบางอย่างอยู่ หรือมีการเปิดโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมค้างใว้แล้วจำเป็นที่จะต้องรีสตาร์ทเครื่อง Mac ของเรา เราจะรู้สึกไม่อยากรีสตาร์ทซักเท่าไหร่เพราะโปรแกรมต่างๆ ที่เปิดทิ้งใว้จะหายไปหมด และต้องกลับมาไล่เปิดระลึกชาติกันไปอย่างเมามันส์
แต่ด้วยระบบ Resume ปัญหาดังกล่าวจะหมดไปโดยเราสามารถออกจากโปรแกรมใดๆ ได้ทันทีแล้วกลับมาเปิดโปรแกรมนั้นใหม่ด้วยสถานะเดิม หน้าตาแบบเดิมเหมือนที่เราได้ออกจากโปรแกรมมานั่นเอง


Versions

Versions

ระบบ Versions เป็นระบบการบันทึกความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในไฟล์เอกสารแล้วจัดเก็บย้อนหลัง โดยระบบจะบันทึกข้อมูลตอนที่เราเปิดไฟลืเอกสารหรือทุกๆ ชั่วโมงที่เราทำงานบนเอกสารนั้นๆ โดยเมื่อเราต้องการเรียกดูไฟล์เอวณืชั่นเก่าๆ ที่เราเคยทำไปในช่วงที่ผ่านมา ก็สามารถเรียกดูได้ด้วยรูปแบบการใช้งานคล้ายๆ กับ Time Machine ซึ่งเราสามารถคลิกเลือกไฟล์เดียวกันนั้นแต่เป็นเวอร์ชั่นเก่าๆ เพื่อหยิบเอามาแทนที่เวอร์ชั่นปัจจุบัน หรือจะแค่เลือกก๊อปปี้บางส่วนในเอกสารเวอร์ชั่นเก่ามาใช้ในเอกสารเวอร์ชั่นล่าสุดก็ทำได้

Auto Save

Auto Save
บอกลาระบบเซฟแบบเดิมๆ ไปได้เลย หลังจากนี้เราอาจจะลืมการกด cmd + s สำหรับการเซฟงานไปเลยก็เป็นได้ โดยระบบใหม่อย่างการเซฟอัตโนมัตใน Lion จะทำให้เราสามารถที่จะทำงานไปได้เรื่อยๆ โดยที่ตัวโปรแกรมที่เราทำงานอยู่จะคอยเซฟสถานะช่วงต่างๆ ให้ โดยไม่ได้เป็นการสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จะเป็นการจัดเก็บข้อมูลแค่บางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อประหยัดพื้นที่ Harddisk ให้มากที่สุด โดยเราสามารถเลือกที่จะ “lock” การทำงานดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการ Auto Save แบบไม่ได้ตั้งใจได้เช่นกัน

การใช้งาน Multi-Touch แบบใหม่ๆ

การใช้งาน Multi-Touch แบบใหม่ๆ

ใน Lion จะมีการเพิ่มการใช้งาน Multi-Touch รูปแบบใหม่ๆ เข้ามามากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้สอดคล้องกับ Interface และลูกเล่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาเยอะไม่แพ้กัน ซึ่งคราวนี้เราจะสามารถใช้งาน Multi-Touch ระดับ 5 นิ้วได้แล้ว (สำหรับการเปิดการทำงาน Launchpad) หรือจะเป็นการใช้งาน 3 นิ้วรูปแบบต่างๆ ในหน้าจอต่างๆ ก็มีการเพิ่มเข้ามาเช่นกัน รับรองได้ว่ามีอะไรให้เล่นกันเยอะมากๆ แน่นอน


รูปแบบใหม่ หน้าตาใหม่ของ Mail 5

ใน Lion จะรวมเอาโปรแกรม Mail เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดก็คือเวอร์ชั่น 5 มาให้ด้วย โดยมีการออกแบบหน้าตาใหม่หมด ซึ่งดูแล้วก็คล้ายๆ กับ iPad อีกแล้ว โดย Apple บอกว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากหน้าจอ Widescreen ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งสำหรับใครที่ไม่ชอบหรือไม่ค่อยคุ้นกับหน้าตาแบบใหม่ของ Mail 5 ก็สามารถกลับไปใช้ Classic Layout ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ใน Mail 5 ยังมีรูปแบบการจัดหน้าตาอีเมลในรูปแบบบทสนทนา (หรือ Conversation) ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งดูแล้วก็สวยงามน่าใช้มากกว่าเดิมเยอะ

โยนไฟล์ผ่าน Wi-Fi ง่ายๆ ด้วย AirDrop

อีกหนึ่งสุดยอดฟีเจอร์ชูโรงอีกตัวของ Lion ได้แก่ Airdrop โดยเป็นรบบการส่งไฟล์หากันระหว่าง Mac ที่ใช้งาน Lion โดยที่ทั้งสองเครื่องไม่จำเป็นต้องต่อสายใดๆ , ไม่ต้องอยู่วง LAN เดียวกัน, และไม่ต้องใช้ Internet เลยด้วย
การทำงานของ AirDrop ก็ง่ายๆ เพียงทั้งสองเครื่องที่ต้องการจะแชร์ไฟล์หากันต้องเข้าไปที่ไอคอน AirDrop ที่อยู่ใน Finder แล้วทั้งสองเครื่องก็จะสแกนหากันโดยจะค้นหาผ่านสัญญาณ Wi-Fi ของทั้งคู่ จากนั้นเราก็จะสามารถโยนไฟล์หากันผ่าน Wi-Fi ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องต่อเข้า Network หรือต้องอยู่ใกล้กันใดๆ ทั้งสิ้น

Lion Server รวมมาให้ใน Lion ธรรมดาเลย
จากนี้ดูเหมือน Apple จะเลิกทำ OS X เวอร์ชั่น Server โดยเฉพาะแล้ว ซึ่งใน OS X Lion จะมีการรวมตัว OS เวอร์ชั่น Server มาให้ด้วยเลยในตัว ซึ่งหลังจากนี้ก็คงไม่ต้องไปเสียเวลาซื้อแยกกันอีกต่อไป

Finder ใหม่ และลูกเล่นต่างๆ ตอนดูไฟล์

ใน Lion มีการปรับหน้าตาของ Finder ไปพอประมาณ โดยที่ด้านซ้ายจะมีเมนูอย่าง AirDrop และอื่นๆ เพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งการใช้งานในโหมดต่างๆ ดูจะเปลี่ยนไปพอสมควร โดยสิ่งที่แตกต่างจากเดิมแบบเห็นได้ชัดก็ได้แก่ Scroll Bar ที่กลายเป็นแบบเดียวกับ iOS ซึ่งจะจางหายไปเมื่อเราไม่ได้ใช้งาน หรือหน้าตาของ Quick Look ก็เปลี่ยนไปด้วย


Mission Control

Mission Control

อีกหนึ่งในความสามารถชูโรงของ Lion นั่นก็คือ Mission Control โดยจะเป็นการรวมการทำงานของระบบ Expose และ Dashboard เข้าด้วยกัน โดยเราสามารถใช้ Mission Control ในการดูว่าเราเปิดโปรแกรมอะไรอยู่ หรือจะดูว่าเปิด Finder ใว้กี่หน้าต่างก็ทำได้ โดยจะมีการจัดหมวดหมู่ตามโปรแกรมและจัดเรียงอย่างสวยงาม โดยด้านบนสุดเมื่อใช้งาน Mission Control ก็จะเป็นบรรดาโปรแกรมที่กำลังทำงานแบบเต็มหน้าจออยู่ รวมไปถึงสามารถเข้าถึงส่วนของ Dashboard ได้จากที่นี่เลยด้วย

โปรแกรมแบบ Full Screen

โปรแกรมแบบ Full Screen

ใน Lion เราสามารถใช้งานโปรแกรมต่างๆ ในรูปแบบ Full Screen เต็มจอได้ (หากโปรแกรมนั้นรองรับ) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายๆ คนที่คุ้นเคยการใช้งานแบบเต็มจอบน Windows รอคอยกันมานาน โดยลักษณะการใช้งานคือจะมีไปคอนสำหรับขยายโปรแกรมนั้นๆ ให้เต็มหน้าจออยู่ทางด้านมุมขวาบนสุดของโปรแกรม ซึ่งสามารถกดเพื่อขยายโปรแกรมให้เต็มจอได้ทันที เรียกว่าคราวนี้แต่ละโปรแกรมจะดูสวยงามเต็มจอ และกำจัดบางส่วนที่รกสายตาออกไป ซึ่งก็น่าจะถูกใจกับใครหลายๆ คน

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Launchpad

Launchpad

Launchpad เป็นฟังก์ชั่นการทำงานที่เรียกได้ว่าถอดแบบมาจาก iOS แทบจะทุกประการ โดยเป็นการจำลองหน้าจอจัดเรียงไอคอนของโปรแกรมทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่อง ซึ่งลักษณะก็จะเหมือนกับบน iOS โดยเราสามารถเลื่อนหน้าจอไปหน้าอื่นๆ ได้ และสามารถจัดส่วนของโฟลเดอร์ต่างๆ ได้เหมือนบน iOS เป๊ะ เรียกได้ว่างานนี้ใครใช้ iOS มาก่อนสามารถปรับตัวเข้ากับ Mac OS X Lion ได้สบายๆ


Mac App Store

Mac App Store

เปิดให้ใช้งานกันมาได้ซักพักแล้วสำหรับ Mac App Store โดยจริงๆ แล้วนี่เป็นหนึ่งในของใหม่ที่จะมาใน Lion แต่ด้วยความใจร้อน Steve Jobs อยากจะดันออกมาให้ชสวโลกได้สัมผัสกันก่อน เราจึงได้ใช้งานกันไปเป็นที่เรียบร้อยใน Mac OS X 10.6.6 นั่นเอง
ตัว Mac App Store ก็คงไม่มีอะไรต้องพูดถึงมาก โดยเป็นโปรแกรมสำหรับดาวน์โหลด App ต่างๆ ลงเครื่องด้วย iTunes Account ที่เราใช้กันบน iOS นั่นเอง